
เรียนรู้ชีวิตญี่ปุ่นผ่านถ้อยคำ ⑦ 「いただきます」และ「ごちそうさま」 ─ ใจแห่งความขอบคุณในมื้ออาหาร

หัวข้อวันนี้
คนญี่ปุ่นจะพูดว่า「いただきます」ก่อนกินข้าว และหลังกินเสร็จจะพูดว่า「ごちそうさま(でした)」เรามักได้ยินคำสองคำนี้บ่อยมาก ทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน และที่ร้านอาหาร
คนที่มาญี่ปุ่นครั้งแรกอาจคิดว่า “พูดกับใครอยู่หรือ” “ถ้าไม่พูด จะเสียมารยาทไหม”
คำตอบอยู่ในบทความนี้ วันนี้เราจะเรียนคำทักทายบนโต๊ะอาหารด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบง่าย และค่อย ๆ ทำความรู้จัก「感謝(かんしゃ) [kaɴɕa] ใจแห่งความขอบคุณ」ที่อยู่ลึกลงไปในคำเหล่านี้
คำศัพท์วันนี้(かな(ひらがなよみ)+ IPA)
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | IPA | ความหมาย・วิธีใช้ |
|---|---|---|---|
| 「いただきます」 | (いただきます) | [itadakimasɯ] | คำทักทายที่พูดก่อนกินอาหาร มีความรู้สึกว่า “ขอบคุณต่อชีวิตและต่อผู้ที่ทำอาหารให้” |
| 「ごちそうさまでした」 | (ごちそうさまでした) | [ɡotɕisoːsama deɕita] | คำทักทายที่พูดหลังอาหาร เป็นคำขอบคุณที่หมายถึง “อร่อยมาก ขอบคุณ” |
| 「いただく」 | (いただく) | [itadakɯ] | คำถ่อมตัวของ「もらう」หรือ「食べる」 |
| 「命」 | (いのち) | [inotɕi] | การมีชีวิตอยู่ ชีวิตของสัตว์และพืช |
| 「感謝」 | (かんしゃ) | [kaɴɕa] | ความรู้สึกขอบคุณ |
| 「もったいない」 | (もったいない) | [mottainai] | ความรู้สึกว่าเสียดาย หากทำสิ่งที่ยังใช้ได้หรือยังกินได้ให้สูญเปล่า |
IPA เป็นค่าประมาณสำหรับการเรียนรู้ เสียงอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามพื้นที่และวิธีพูด
บันทึกวัฒนธรรม: 「いただきます」คือความขอบคุณต่อชีวิต
「いただきます」ไม่ใช่เพียงสัญญาณว่า “จะเริ่มกินแล้ว” เท่านั้น ในคำนี้มีใจแห่งความขอบคุณอย่างลึกซึ้งอยู่ด้วย
สิ่งที่เรากิน เดิมทีล้วนเป็น「命(いのち) [inotɕi] ชีวิต」ทั้งเนื้อ ปลา ข้าว และผัก ต่างก็เคยเป็นสิ่งมีชีวิต เรารับชีวิตนั้นเข้าสู่ร่างกายของเราด้วย「いただく(いただく) [itadakɯ]」
ดังนั้น「いただきます」จึงแสดงความขอบคุณสองอย่าง
- ความขอบคุณต่อชีวิตของอาหาร
- ความขอบคุณต่อผู้ที่ปลูก・ขนส่ง・ทำอาหารนั้นให้
มีชาวนาที่ปลูกข้าว มี「漁師」(りょうし / [ɾʲoːɕi] ชาวประมง)ที่จับปลา และมีครอบครัวหรือคนในร้านที่ทำอาหาร เพราะมีคนมากมายช่วยกัน อาหารจึงมาอยู่ตรงหน้าเราได้ 「いただきます」จึงเป็นคำที่กล่าว “ขอบคุณ” ต่อทั้งหมดนั้น
เวลาพูด「いただきます」หลายคนจะพนมมือไว้ที่หน้าอก นี่เป็นท่าทางที่แสดงความขอบคุณ แต่ถ้าไม่ทำ ก็ไม่ได้เสียมารยาท ธรรมเนียมนี้ต่างกันไปตามครอบครัวและพื้นที่
ที่มาของคำ: ทำไมจึงเป็นรูปนี้
คำทักทายทั้งสองมีที่มาที่น่าสนใจ เมื่อเข้าใจความหมายแล้ว ก็จะจำได้ง่ายขึ้น
「いただきます」=รูปสุภาพของ「もらう」
「いただく」เป็นคำถ่อมตัวของ「もらう」และ「食べる」ในสมัยก่อน เมื่อผู้คนได้รับของสำคัญจากผู้ที่มีฐานะสูงกว่าหรือจากเทพเจ้า จะยกของนั้นขึ้นเหนือศีรษะหรือ「いただき」แล้วรับไว้ จากคำว่า「いただく」นั้น จึงกลายมาเป็นถ้อยคำเกี่ยวกับมื้ออาหาร กล่าวคือมีความหมายว่า “ขอรับชีวิตนี้ไว้ด้วยความขอบคุณ”
「ごちそうさま」=คำขอบคุณที่อุตส่าห์วิ่งวุ่นเพื่อเรา
「ごちそう」เขียนด้วยคันจิว่า「御馳走」「馳走(ちそう) [tɕisoː]」เดิมหมายถึง “การวิ่งไปวิ่งมา” ในสมัยก่อน เมื่อต้อนรับแขก ผู้คนต้องวิ่งไปหลายที่เพื่อรวบรวมอาหารและเตรียมกับข้าว คำว่า「ごちそうさま」จึงเป็นคำขอบคุณต่อความเหน็ดเหนื่อยนั้น เป็นความรู้สึกว่า “ขอบคุณที่อุตส่าห์วิ่งวุ่นเพื่อฉัน”
ก่อนอาหารใช้「いただきます」หลังอาหารใช้「ごちそうさま(でした)」จำให้เป็นคู่กันว่าเป็นคำก่อนและหลังมื้ออาหาร
แยกตามสถานการณ์: พูดเมื่อไร และพูดกับใคร
คำถามว่า “พูดกับใครอยู่หรือ” เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก มาดูตามแต่ละสถานการณ์กัน
| สถานการณ์ | วิธีพูด | จุดสำคัญ |
|---|---|---|
| เมื่ออยู่บ้านคนเดียว | 「いただきます」/「ごちそうさま」 | แม้ไม่มีใครอยู่ ก็พูดเบา ๆ ได้ เป็นความขอบคุณต่ออาหาร |
| เมื่ออยู่กับครอบครัว | 「いただきます」/「ごちそうさまでした」 | หากพูดกับคนที่ทำอาหารให้ ความรู้สึกจะสื่อออกไปได้ชัดเจนขึ้น |
| อาหารกลางวันที่โรงเรียน(「給食」(きゅうしょく / [kʲɯːɕokɯ] อาหารกลางวันที่โรงเรียน)) | ทุกคนพูด「いただきます」พร้อมกัน | มักพูดพร้อมกันทั้งห้องตามสัญญาณของ「日直」(にっちょく / [ɲittɕokɯ] นักเรียนเวรประจำวัน) |
| ที่ร้านอาหาร | (พูดเบา ๆ)「いただきます」 | ไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังกับพนักงานร้าน เป็นคำพูดถึงตัวเองหรือคนที่นั่งร่วมโต๊ะ |
| ที่บ้านเพื่อน | 「ごちそうさまでした!」 | หากขอบคุณครอบครัวที่ทำอาหารให้อย่างชัดเจน คนฟังมักรู้สึกดีใจ |
กล่าวคือ ไม่ได้มีคู่สนทนาที่กำหนดตายตัวว่า “ต้องพูดกับใคร” นี่คือคำทักทายที่ขอบคุณอย่างเป็นธรรมชาติต่อชีวิตของอาหารและต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ลองดู “คำทักทายบนโต๊ะอาหาร” ของโลกเป็นกลุ่ม
คำทักทายก่อนและหลังมื้ออาหารแตกต่างกันไปตามประเทศและวัฒนธรรม เมื่อเปรียบเทียบกัน จะเห็นลักษณะเฉพาะของญี่ปุ่นได้ชัดขึ้น
【วัฒนธรรมที่มอบความขอบคุณหรือคำอธิษฐาน】
- ในครอบครัวคริสต์จำนวนมาก จะสวดอธิษฐานสั้น ๆ ก่อนมื้ออาหาร เพื่อบอกความขอบคุณต่ออาหารแก่พระเจ้า จุดนี้คล้ายกับ「いただきます」ในแง่ของความขอบคุณ
【วัฒนธรรมที่เชื้อเชิญว่า “เชิญรับประทาน”】
- เช่น ภาษาฝรั่งเศสว่า “บงนาเปตี” หรือภาษาเกาหลีว่า “มาชิตเก ทือเซโย” เป็นถ้อยคำที่ใช้เชื้อเชิญอีกฝ่ายว่า “เชิญรับประทาน”
【วัฒนธรรมที่คนกินเป็นผู้กล่าวขอบคุณ】
- ธรรมเนียมที่คนกินกล่าวขอบคุณด้วย「いただきます」เหมือนในญี่ปุ่น ถือว่าค่อนข้างพบไม่บ่อยในโลก
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่มีดีหรือไม่ดี ทุกวัฒนธรรมล้วนมีใจที่ให้ความสำคัญกับอาหารและกับผู้อื่น
บทสนทนาสั้น(กินข้าวเย็นที่บ้านเพื่อน)
สถานการณ์: แม่ของเพื่อนทำข้าวเย็นให้
− แม่: 「さあ、できましたよ。どうぞ。」 − คุณ: 「わあ、おいしそう! いただきます。」 −(กินเสร็จแล้ว) − คุณ: 「とてもおいしかったです。ごちそうさまでした。」 − แม่: 「お粗末(そまつ)さまでした。たくさん食べてね。」
| สำนวน | จุดสำคัญ |
|---|---|
| 「いただきます。」 | คำทักทายก่อนกินอาหาร หากพนมมือด้วยจะดูสุภาพ |
| 「ごちそうさまでした。」 | คำขอบคุณหลังกินอาหาร หากพูดกับคนที่ทำอาหารให้อย่างชัดเจน คนฟังมักดีใจ |
| 「お粗末さまでした。」 | คำตอบถ่อมตัวของคนที่ทำอาหารให้ หมายถึง “ไม่ได้เป็นของดีอะไรมากนัก” |
「もったいない」ก็เป็นใจแห่งความขอบคุณเช่นกัน
คำที่เชื่อมโยงกับความขอบคุณในมื้ออาหารอีกคำหนึ่งคือ「もったいない」
「もったいない」คือความรู้สึกว่า เสียดายหากทิ้งอาหารที่ยังสามารถกินได้ ในเมื่อเราได้รับชีวิตมาแล้ว ก็ควรกินให้หมดเท่าที่ทำได้ ที่ญี่ปุ่น เด็ก ๆ มักได้รับการสอนแบบนี้มาตั้งแต่เล็ก
- 「ごはんを残すのは、もったいないよ。」(การเหลือข้าวไว้เป็นเรื่องน่าเสียดายนะ)
- 「一つぶのお米も、大切にしよう。」(ขอให้ให้ความสำคัญกับข้าวทุกเมล็ด)
「いただきます」「ごちそうさま」「もったいない」ทั้งสามคำนี้เกิดจากใจเดียวกัน คือใจที่ให้ความสำคัญกับชีวิตของอาหาร
ลองเปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่นแบบง่าย
คำเกี่ยวกับมื้ออาหารจะเข้าใจได้ดีขึ้น เมื่อแปลงความหมายเป็น「やさしい日本語(やさしいにほんご) [jasaɕiː ɲihoɴɡo] ภาษาญี่ปุ่นแบบง่าย」
- 「いただきます。」→「食べはじめます。命と、作ってくれた人に、ありがとう。」(จะเริ่มกินแล้ว ขอบคุณต่อชีวิตและต่อผู้ที่ทำอาหารให้)
- 「ごちそうさまでした。」→「食べおわりました。おいしかった、ありがとう。」(กินเสร็จแล้ว อร่อยมาก ขอบคุณ)
- 「お粗末さまでした。」→「たいしたものではありませんでした。」(คำตอบของคนที่ทำอาหารให้: ไม่ได้เป็นของดีอะไรมากนัก)
- 「もったいない。」→「むだにするのは、惜しい。」(เสียดายที่จะทำให้สูญเปล่า)
แม้คำเกี่ยวกับมื้ออาหารบางคำจะฟังดูยาก แต่ความหมายนั้นเรียบง่าย จำไว้ว่าใจของคำว่า “ขอบคุณ” อยู่ตรงกลางของคำเหล่านี้
สรุปวันนี้
- 「いただきます」เป็นคำทักทายก่อนอาหาร ส่วน「ごちそうさま(でした)」เป็นคำทักทายหลังอาหาร
- ทั้งสองคำแสดงความขอบคุณต่อชีวิตของอาหารและต่อผู้ที่ทำอาหารให้
- 「いただく」เป็นรูปสุภาพของ「もらう」「ごちそう」มีที่มาจาก “การวิ่งวุ่นเพื่อเตรียมให้”
- ไม่มีคู่สนทนาที่กำหนดตายตัว สิ่งสำคัญคือความรู้สึกขอบคุณอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนจะพนมมือหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับครอบครัวและพื้นที่
- 「もったいない」ก็เกิดจากใจเดียวกัน คือใจที่ให้ความสำคัญกับชีวิตของอาหาร
ครั้งหน้า: “เรียนรู้ชีวิตญี่ปุ่นผ่านถ้อยคำ ⑧” หัวข้อที่อาจเป็นไปได้: เรียนคำเกี่ยวกับนิสัยรักความสะอาดของญี่ปุ่นผ่าน「お風呂」(おふろ / [oɸɯɾo] อ่างอาบน้ำหรือการอาบน้ำที่บ้าน)และ「銭湯」(せんとう / [seɴtoː] โรงอาบน้ำสาธารณะ)
